ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

FontSize : A | A | A

หน้าหลัก>>บทความ:มาตรฐาน>>NFC เทคโนโทโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

NFC เทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

NFC หรือ Near Field Communication เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะสั้น (Short-Range WirelessTechnology) ใช้คลื่นความถี่ 13.56 เมกะเฮิรตซ์ บนพื้นฐานมาตรฐาน ISO14443 (Philips MIFARE and Sony’s FeliCa) ใช้ส่งข้อมูลได้ระยะประมาณ 4-10 เซนติเมตร มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้สูงสุด 424 กิโลบิตต่อวินาที และมีความเร็วในการติดต่อเริ่มต้นต่ำกว่า 0.1 วินาทีด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงทำให้เทคโนโลยี NFC ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานเพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระยะใกล้ๆ ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากและมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ

NFC LOGO
สัญลักษณ์ของ NFC

NFC มีรูปแบบการใช้งาน 3 โหมด ได้แก่

1. Card Emulation Mode เป็นโหมดที่จะทำให้อุปกรณ์ที่รองรับ NFC อย่าง Smartphone ทำงานเสมือนเป็นบัตรที่ผู้ใช้งานแค่แตะกับอุปกรณ์อ่านข้อมูลหรือตัวรับสัญญาณ โดยไม่ต้องมีการสัมผัสกับเครื่องโดยตรง (Contactless) ก็สามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้

Cardc Emulation Mode
การใช้งาน NFC
แบบ Card Emulation Mode

2. Peer-to-Peer Mode เป็นโหมดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ NFCด้วยกัน ลักษณะคล้ายกับเทคโนโลยี Bluetoothซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องโดยการจับคู่ (Pair) เครื่องเข้าด้วยกันก่อนจะส่งและรับข้อมูลโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ แต่สำหรับ NFC จะไม่มีกระบวนการจับคู่ เพียงแค่เลือกข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยนแล้วนำอุปกรณ์ที่รองรับNFCมาแตะกัน ข้อมูลก็จะทำการถ่ายโอนระหว่างเครื่องทันที

Peer-to-Peer
การใช้งาน NFC
แบบ peer-to-peer

3. Reader/WriterMode เป็นโหมดที่อุปกรณ์ NFCสามารถทำตัวเสมือนเป็นเครื่องอ่านข้อมูล NFCด้วยกันเองได้ โดยจะสามารถอ่านข้อมูลจากชิปพิเศษที่ติดอยู่ในจุดบริการข้อมูลสาธารณะได้อย่างรวดเร็วซึ่งสามารถนำมาใช้กับการดาวน์โหลดคูปองที่จุดบริการแทนการรับแจกใบปลิวแบบเดิม

read writer mode
การใช้งาน NFC
แบบ Reader/WriterMode

การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี NFC ในปัจจุบัน

เทคโนโลยี NFC ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานในหลากหลายบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้กับผู้ใช้งาน เช่น การใช้ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ที่มีจุดรับชำระเงินผ่านทาง NFC ไม่ว่าจะเป็นค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS , ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า เป็นต้นซึ่งผู้ใช้ Smartphone ระบบปฏิบัติการ Android หรือ WindowsPhone ที่รองรับการใช้งาน NFC สามารถทำให้ Smartphone ของตนเองเปลี่ยนเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (ElectronicWallet) ได้อย่างง่ายดาย เพียงเติมเงินผ่าน SIMCard และนำไปแตะที่จุดรับชำระเงินผ่านทาง NFC เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ

read writer mode
การใช้งาน Smartphone
แทนบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS
read writer mode
การใช้งาน Smartphone
ชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ

นอกจากการใช้เทคโนโลยี NFCบน Smartphoneแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับบัตรเครดิต ด้วย ซึ่งช่วยให้การชำระเงินง่ายขึ้นเพียงแค่แตะกับเครื่องรับชำระเงินผ่านทาง NFCเท่านั้น โดยไม่ต้องมอบบัตรเครดิตให้พนักงานและไม่ต้องเซ็นต์ชื่อในสลิปอีกต่อไป

read writer mode
การใช้งาน Smartphone ชำระค่าสินค้า และบริการต่างๆ

ข้อควรระวังในการใช้งานเทคโนโลยี NFC

เนื่องจากระบบการทำงานของเทคโนโลยี NFC นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้มีการตรวจสอบหรือยืนยันตัวบุคคลที่ซับซ้อนมาก ผู้ใช้งานควรตระหนักอยู่เสมอว่าระบบที่ใช้งานอยู่อาจไม่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดีพอ จึงควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง ดังนี้

1) ก่อนการใช้งานควรตรวจสอบอุปกรณ์อ่านข้อมูลหรือตัวรับสัญญาณ NFC ว่ามีอุปกรณ์แปลกปลอมติดตั้งอยู่หรือไม่

2) ไม่ควรนำ Smartphoneไปแตะเข้ากับอุปกรณ์อ่านข้อมูลหรือตัวรับสัญญาณที่น่าสงสัย

3) เมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ควรปิดการเชื่อมต่อ NFC เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูล

4) ระมัดระวังในการเก็บข้อมูลสำคัญไว้ใน Smartphone

5) ควรกำหนดรหัสผ่านสำหรับการใช้งาน Smartphone เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลไปใช้ ในกรณีที่ทำ Smartphone สูญหาย

จะเห็นว่า เทคโนโลยี NFCเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว แค่มีเพียง Smartphone ที่รองรับเทคโนโลยี NFCก็สามารถโดยสารรถไฟฟ้า BTS ชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือรับบริการจากร้านค้าชั้นนำในเขตกรุงเทพและปริมณฑลได้แต่ผู้ใช้งานก็ควรใส่ใจและระมัดระวังในการใช้งานเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย และในอนาคตอาจมีการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี NFC นี้กับบริการอื่นๆ เพื่อช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีกก็เป็นได้


ข้อมูลอ้างอิง :

1) http://www.it24hrs.com/2013/bts-ais-rabbit-nfc/

2) http://www.it24hrs.com/2014/warning-hack-nfc-paywave/

3) http://www.thaicert.or.th/papers/general/2013/pa2013ge001.html

ขอบคุณภาพจาก :

1) http://www.gsmarena.com/

2) http://news.softpedia.com/news/NFC-Could-Change-the-Future-of-Communications-126078.html

3) http://mobiledista.com/archives/63671

4) http://www.thecardz.com/2012/10/nfc-technology-applied-with-card/

ผู้เขียน: กลุ่มงานนโยบายฯ เขียนวันที่ : 30-09-2558