ลิงค์ไปยังเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

FontSize : A | A | A

หน้าหลัก>>บทความ>>อุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Focus Group) เพื่อศึกษาสถานการณ์ของอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับในปัจจุบัน และวิเคราะห์ หาแนวทางพัฒนาศักยภาพในการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณี และเครื่องประดับ

สถานะธุรกิจบริการอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับในปัจจุบัน

ในปี 2554 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่าการส่งออกคิดเป็นมูลค่า 12,864.30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 10.40 โดยปี 2553 มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 11,651.92 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกสินค้าที่สำคัญ อาทิเช่น การส่งออกเครื่องประดับแท้ที่ทำด้วยทองมีมูลค่าส่งออก 2,029.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.24 เนื่องจากราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น อันดับถัดมา ได้แก่ เครื่องประดับแท้ที่ทำด้วยเงินมีมูลค่าส่งออก 1,512.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.55 เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนมาซื้อสินค้าประเภทเงินมากขึ้น ในภาวะที่สินค้าที่ประกอบด้วยทองคำ มีราคาสูงขึ้น เพชรมีมูลค่าส่งออก 1,489.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.72 และพลอยมีมูลค่าส่งออก 635.89 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.43 เป็นต้น โดยตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยในปี 2554 มีมูลค่า 3,274.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 2.16 เนื่องจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาต้นทุน รวมถึงการที่ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทยได้รับคำสั่งซื้อจากผู้นำเข้าสินค้ายุโรป การส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากข้อตกลง AFTA และ JTEPA อันมีผลทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ไปยังญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง้

การสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2554 พบว่ากลุ่มธุรกิจแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในรอบปีที่ผ่านมา (2553) จำนวน 20,073 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.9 ของมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยรวมทั้งประเทศ นอกจากนี้อุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นร้อยละ 32.3 ของจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั้งหมด ของประเทศ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยประเทศไทยเป็นแหล่งการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย อัญมณี เครื่องประดับและผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่มีคุณภาพ เนื่องจากศักยภาพในการผลิตของฝีมือแรงงานไทยมีความละเอียดและประณีต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะผลักดันส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเข้มแข็งให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการ ในต่างประเทศได้

ในปัจจุบันธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณี และเครื่องประดับมีศักยภาพสูงขึ้น การทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง และเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่สามารถเชื่อมโยงในระดับชาติและนานาชาติ จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบซื้อมาขายไปให้พัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าของตราผลิตภัณฑ์เอง และการดำเนินการที่ครบวงจร ทั้งการนำเสนอการขาย การสั่งซื้อ การชำระเงิน และการขนส่ง นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเน้นในคุณภาพของสินค้าและการสร้างความพึงพอใจควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการใช้บริการเว็บไซต์แก่ลูกค้าไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ของการซื้อสินค้ารูปแบบนี้มากขึ้น

ปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ

1) ความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคในเรื่องรายละเอียดของสินค้า

2) ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ต

3) ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ชำรุดหรือบกพร่อง

ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ

1) หน่วยงานภาครัฐควรส่งเสริมให้นักธุรกิจมีโอกาสค้าขายผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

2) หน่วยงานภาครัฐควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

3) หน่วยงานภาครัฐควรสร้างทิศทางการดำเนินงาน (Roadmap) ที่จะช่วยส่งเสริมการทำธุรกิจแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน


ข้อมูลอ้างอิง :

1) รายงานการศึกษาโครงการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

2) รายงานผลที่สำคัญสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2554 สำนักงานสถิติแห่งชาติ

3) เผยกลยุทธ์ 12 ธุรกิจออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

4) สรุปภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2554 และแนวโน้ม 2555 (อุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ) http://www.ryt9.com/s/oie/1325223

5) อนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย สำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้เขียน: กลุ่มงานติดตามฯ เขียนวันที่ : 18-09-2556